ZhongTai.org โครงการอาสาดิกชันนารี่ จีน-ไทย ไทย-จีน
7 กันยายน 2010, 07:12:10 *
ยินดีต้อนรับคุณ, บุคคลทั่วไป กรุณา เข้าสู่ระบบ หรือ ลงทะเบียน
ส่งอีเมล์ยืนยันการใช้งาน?

เข้าสู่ระบบด้วยชื่อผู้ใช้ รหัสผ่าน และระยะเวลาในเซสชั่น
ข่าว: เรื่องของการใช้ภาษาไทยวิบัติ [คลิกเพื่ออ่าน]
 
  หน้าเว็บ   เว็บบอร์ด   เข้าสู่ระบบ สมัครสมาชิก  
หน้า: [1]
  พิมพ์  
ผู้เขียน หัวข้อ: 元宵节  (อ่าน 790 ครั้ง)
0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้
soko
Staff
*
กระทู้: 174


« เมื่อ: 4 กุมภาพันธ์ 2009, 20:44:33 »

元宵เทศกาลประดับโคมไฟ

เทศกาลหยวนเซียว ตรงกับวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้ายในปฏิทินการเกษตร 农历 ของจีน     เป็นเทศกาลที่คนไทยเราไม่ค่อยจะคุ้นเคยนัก    นอกจากบางครอบครัวที่ยังมีประเพณีกิน  ทังหยวน  ติดโคมไฟหน้าบ้านในวันนี้แล้ว     ก็ไม่มีพิธีกรรมที่ครึกครื้นอะไรนัก    เทศกาลหยวนเซียวเดิมทีเป็นวันเทศกาลของลัทธิเต๋า     ลัทธิเต๋าแบ่งช่วงเวลาในหนึ่งปีเป็น 3 ช่วง     คือต้น  กลาง  ปลาย     วันเพ็ญครั้งแรกของปีเป็นวันปฐมต้น เป็นวันเกิดของเทพแห่งฟ้า    เรียกว่าวันซ่างหยวน  上元  วันเพ็ญเดือน 7 เป็นวันปฐมกลางเป็นวันเกิดของเทพแห่งดินเรียกว่าวันจงหยวน   中元  วันเพ็ญเดือน 10 เป็นวันปฐมปลายเป็นวันเกิดของเทพแห่งน้ำเรียกว่าวันเซี่ยหยวน  下元

เทพแห่งฟ้าให้ลาภให้สุขแก่มวลมนุษย์   วันเกิดเทพแห่งฟ้าจึงเป็นวันแห่งความรื่นเริง     ต้องประดับโคมไฟมีงานเฉลิมฉลอง   ต่อมาในสมัยราชวงศ์ฮั่น หลังจากที่หลิวปาง   ปฐมกษัตริย์ของราชวงศ์ฮั่น   สิ้นพระชนม์     กษัตริย์ฮั่นฮุ่ยตี้ อ่อนแอสนมหลี่ยึดกุมอำนาจไว้ในมือ     หลังจากที่ฮั่นฮุ่ยตี้สิ้นพระชนม์      อำนาจจึงตกอยู่ในมือของสกุลหลี่ อย่างแท้จริง     ทำการรีดนาทาเร้นจนราษฎรสุดจะทนทาน      เมื่อสนมหลี่สิ้นพระชนม์    บรรดาญาติโยมในสกุลหลี่สมคบกับแม่ทัพหลี่ลู่ คิดขบถเปลี่ยนศักราชเป็นของสกุลหลี่   ทางฝ่ายสกุลหลิวได้รวบรวมขุนนางที่ยังจงรักษ์ภัคดี     ต่อสู้จนขับไล่สกุลหลี่ได้สำเร็จในวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย    สถาปนาบุตรชายคนที่สองของหลิวปาง   หลิวเหิง ขึ้นเป็นกษัตริย์นามว่า   ฮั่นเหวินตี้     เพื่อเป็นการรำลึกถึงวันปราบขบถสกุลหลี่   จึงประกาศให้มีการเฉลิมฉลองจัดงานรื่นเริงกันในวันนี้   และเป็นวันที่กษัตริย์จะเสด็จออกจากพระราชฐาน   เพื่อร่วมทุกข์สุขกับปวงชน

闹元宵吃汤圆  โกลาหลคืนหยวนเซียว    และประเพณีกินทังหยวน

เรื่องมีอยู่ว่าจักรพรรดิ์ฮั่นอู่ตี้   มีขุนนางที่โปรดปรานคนหนึ่งชื่อว่า ตงฟางซั่ว   东方朔 นอกจากจะเป็นคนที่มีความสามารถแล้วยังเป็นคนที่อ่อนโยน   วันหนึ่งในฤดูหิมะตกตงฟางซั่ว   เข้าไปเด็ดดอกเหมยในสวนหลวง     พบนางกำนัลผู้หนึ่งกำลังจะฆ่าตัวตาย     ตงฟางซั่ว จึงทำการช่วยเหลือไว้      หลังจากสอบถามได้ความว่า     นางชื่อว่าหยวนเซียว 元宵  ตั้งแต่ถูกส่งตัวเข้าวังมา     ไม่มีโอกาสได้พบหน้าพ่อแม่พี่น้อง     โดยเฉพาะยามใกล้ถึงฤดูใบไม้ผลิจะคิดถึงทางบ้านเป็นพิเศษ     เมื่อไม่สามารถกลับไปพบหน้าญาติพี่น้องได้ก็ไม่สู้ตายเสียดีกว่า      ตงฟางซั่ว ได้ฟังแล้วรับปากว่าจะทำให้นางได้พบหน้าญาติพี่น้องอย่างแน่นอน    หลังจากนั้นตงฟางซั่ว   ได้ตั้งโต๊ะรับทำนายโชคชะตาในตลาด     มีคนมาให้ทำนายมากมายแต่ทุกคนต่างได้คำทำนายเหมือนกันว่า   วันที่16 เดือนอ้ายไฟครอกเผากาย    ทำให้เกิดความวิตกไปทั่วทั้งนครฉางอัน    ตงฟางซั่วยังกล่าวว่า    ในวันขึ้น 13 ค่ำเป็นวันที่เทพอัคคีจะส่งสตรีในชุดแดงเพลิงลงมาสำรวจ     เรามีวิธีแก้ไขให้พวกท่านรับไปดำเนินการ    ว่าแล้วก็โยนเทียบสีแดงให้แล้วจากไป     ชาวบ้านเหล่านั้นจึงเอาเทียบนั้นไปถวายให้แก่ฮั่นอู่ตี้    จักรพรรดิ์ฮั่นอู่ตี้เปิดดูเห็นในเทียบเขียนไว้ว่า     ฉางอันมีภัย    ไฟท่วมทุกหัวเมือง     ฮั่นอู่ตี้จึงปรึกษากับตงฟางซั่วว่าจะทำอย่างไรดี    ตงฟางซั่ว  กล่าวว่า    ได้ข่าวว่าเทพอัคคีชอบกินทังหยวน 汤圆    นางกำนัลที่ชื่อหยวนเซียว  มีฝีมือในการทำทังหยวน    ให้ฮ่องเต้นำเอาทังหยวนถวายแก่เทพอัคคีในวันขึ้น 15 ค่ำ     และให้ทุกครัวเรือนทำทังหยวนถวายเทพอัคคี ในวันนี้      นอกจากนี้ยังให้ประดับโคมไฟ    จุดประทัดในเวลากลางคืน      ให้สว่างไสวดูเหมือนไฟลุกท่วมเมือง     ขณะเดียวกันก็ให้ชาวบ้านที่อยู่นอกเมืองเดินทางเข้าเมืองเพื่อหลบภัย    ทำให้วุ่นวายโกลาหลดูเหมือนมีภัยวิบัติ     เพื่อตบตาเทพอัคคีว่านครฉางอันได้เกิดภัยพิบัติแล้วจะได้ผ่านเลยไป    ฮั่นอู่ตี้ ได้ฟังก็สั่งการให้ไปดำเนินการทันที     พอถึงวันขึ้น 15 ค่ำทุกบ้านเรือนต่างประดับโคมไฟ     จนสว่างไสวทั่วทั้งเมือง     จุดประทัดดังสะเทือนถึงแผ่นฟ้า    ชาวบ้านที่อยู่นอกเมืองต่างหลั่งไหลเข้าเมือง     เห็นความละลานตาของการประดับโคมไฟ   ต่างส่งเสียงอึงคนึง  ครอบครัวของหยวนเซียว ก็เดินทางเข้าเมืองเช่นกัน     พอเห็นอักษรหยวนเซียว ที่ติดอยู่บนโคมไฟ    จึงร้องว่าหยวนเซียว ด้วยความตื่นเต้น     จนหยวนเซียว ได้ยินเสียงร้องเรียก    จึงได้ออกมาพบหน้าบิดามารดา     หลังจากคืนที่โกลาหลผ่านไป     นครฉางอันก็สงบสุขไร้เภทภัยใดๆ     ฮั่นอู่ตี้จึงประกาศให้คืนวันขึ้น 15 ค่ำเดือนอ้าย เป็นวันเทศกาลหยวนเซียว    ต้องทำทังหยวนถวายเทพอัคคี     ให้ทุกบ้านเรือนประดับโคมไฟและจุดประทัด     และให้ทุกคนร่วมกันสร้างความครึกครื้นโกลาหลทั่วทั้งเมือง   กลายเป็นประเพณีหยวนเซียวคืนโกลาหล สืบต่อมา และเนื่องจากนาง หยวนเซียว มีฝีมือในการทำทังหยวน     จึงเรียกทังหยวนว่า ขนมหยวนเซียว    
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 2 มีนาคม 2010, 09:29:29 โดย soko » บันทึกการเข้า

人生在世莫非过,人事匆匆皆为客。
peewa
Member

กระทู้: 533


« ตอบ #1 เมื่อ: 4 กุมภาพันธ์ 2009, 23:40:44 »

เข้ามาอ่าน ขอบคุณค่ะ
บันทึกการเข้า

         
soko
Staff
*
กระทู้: 174


« ตอบ #2 เมื่อ: 5 กุมภาพันธ์ 2009, 14:55:06 »


ขนมทังหยวน ทำด้วยแป้งข้าวเหนียว     ใส่ใส้งาดำ  ใส้ถั่ว  หรือใส้น้ำตาล    ปั้นเป็นลูกกลมๆแล้วต้มใส่น้ำตาล     เหมือนกับบัวลอยใส่ใส้ของบ้านเรา

ประเพณีหยวนเซียว ได้รับการสืบทอดและพัฒนามาทุกยุคสมัย   ในอดีตฮ่องเต้ถือเป็นสัญญลักษณ์ของความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมือง    จึงต้องจัดให้เลิศหรูอลังการ์   สมัยราชวงศ์สุย   สุยหยางตี้ งานแสดงและงานประกวดโคมไฟ   ในอณาบริเวนถึง 8 ลี้   สมัยถังได้ประกาศให้ประดับโคมไฟติดต่อกัน 3 วัน 3 คืน    ถังไท่จง สั่งให้สร้างหอประดับโคมไฟสูงถึง 20 วา  ใช้โคมไฟประดับถึง 5 หมื่นดวง    ในสมัยซ่ง  กษัตริย์เสเพลซ่งฮุยจง  ได้ออกชมงานประดับโคมไฟที่เนินเต่าจำลองแล้วโยนเหรียญเงินให้แก่ผู้ชมงาน   แย่งชิงกันเป็นที่สนุกสนาน   และยังประกาศแจกเหล้าพระราชทานแก่ผู้เดินชมงานทุกคน   สมัยราชวงศ์หมิง   ได้ประกาศให้ประดับโคมไฟตั้งแต่วันขึ้น 8 ค่ำจนถึงวันที่ 17  จึงกลายเป็นเทศกาลต่อเนื่องกับเทศกาลฤดูใบไม้ผลิ

ขนมทังหยวน    เดิมทีไม่มีใส้ใช้แป้งข้าวเหนียวปั้นเป็นลูกกลมๆ    แล้วต้มใส่น้ำตาล    มักมีแดงขาวสองสีเรียกว่า  ถังหยวน   ถังแปลว่าน้ำตาล   หยวนก็หมายถึงอะไรที่มีลักษณะกลมๆ   ภาษาแต้จิ๋วเรียกว่า  อี๊   การเอาอะไรมาต้มน้ำใส่เกลือใส่น้ำตาลเป็นน้ำแกงเรียกว่า   ทัง   ต่อมาจึงเรียกว่า   ทังหยวน    ต่อมาสมัยซ่งเริ่มพัฒนาเป็นแบบมีใส้    ส่วนใหญ่จะนิยมใส้งา   ใส้พุทรา   ใส้ถั่ว   อื่นๆอีกหลายอย่าง  [/size]
บันทึกการเข้า

人生在世莫非过,人事匆匆皆为客。
一鳴驚人
Guru
*
กระทู้: 641



« ตอบ #3 เมื่อ: 28 กุมภาพันธ์ 2010, 20:33:37 »

วันนี้ตรงกับวันมาฆะบูชา และเทศกาล元宵เทศกาลประดับโคมไฟ ดูข่าวที่ไต้หวันเขาปล่อยโคมลอย孔明灯หรือเรียกอีกอย่างว่า天灯 เลยปัดฝุ่นกระทู้นี้มาโพสต์ใหม่อีกทีนึงเผื่อบางท่านเคยอ่านแล้วและลืมไปแล้ว
บันทึกการเข้า


交友以義情可久,交財公道利方長。
Vicky
Member

กระทู้: 556


千里姻緣一線牽


« ตอบ #4 เมื่อ: 2 มีนาคม 2010, 13:10:55 »

เอาภาพ 孔明灯 หรือเรียกอีกอย่างว่า 天灯 มาฝากเพื่อนๆค่ะ  นี่เป็นภาพบรรยากาศการปล่อยโคมไฟข่งหมิงของ 台北县-平溪乡


「北天灯,南烽炮」流传已久,平溪天灯又称孔明灯,传说最初是诸葛亮因军事所需而发明,也有传闻因其造型如诸葛亮的帽子而得名。平溪天灯由来,是早期入山开垦的汉人,为逃避平埔族入村屠杀,而躲藏到安全地方,待危险已过则通报平安的一种工具。
天灯制做以竹枝为骨架,外敷贴宣纸,施放时同热气球原理,点燃下系已浸泡过煤油的金箔纸,待天灯受热膨涨即冉冉升空。如今天灯的施放,已象征着大家祈福纳喜的活动,不但在每年的元宵节当晚,吸引着数万人潮到平溪参与盛会,就连平常任何夜晚的时间,随时都可见数盏天灯点缀在平溪天空。



« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 13 สิงหาคม 2010, 17:57:12 โดย Vicky » บันทึกการเข้า

身在胡邦心在漢
cen
Guru
*
กระทู้: 354


双 天 至 尊


« ตอบ #5 เมื่อ: 6 มีนาคม 2010, 19:00:40 »

元宵爭看採蓮船,寶馬香車拾墜鈿, 風雨夜深人散盡,孤燈猶喚賣湯元。

上元月照道晚天,殷盼與君永纏綿, 兩情相悅更深夜,不枉春宵共枕眠。
« แก้ไขครั้งสุดท้าย: 6 มีนาคม 2010, 20:18:18 โดย cen » บันทึกการเข้า

陈飞
Member

กระทู้: 16


« ตอบ #6 เมื่อ: 6 มีนาคม 2010, 22:54:47 »

在中国南方和北方的元宵有很大不同。这种差别无论是在食物的外形上还是馅料上都表现得很明显。南方管这种食物叫做“汤圆”,而北方才叫做“元宵”。另外,南方的汤圆可以是没有馅料的,而北方的元宵都是有馅的。(所谓的“南方”和“北方”是以长江为划分界限的)
บันทึกการเข้า
หน้า: [1]
  พิมพ์  
 
กระโดดไป:  

Powered by MySQL Powered by PHP Powered by SMF 1.1.11 | SMF © 2006-2008, Simple Machines LLC | Thai language by ThaiSMF Valid XHTML 1.0! Valid CSS!
หน้านี้ถูกสร้างขึ้นภายในเวลา 0.072 วินาที กับ 22 คำสั่ง