成语故事
成语 เป็นสำนวนชนิดหนึ่งของจีน สามารถใช้เป็นส่วนประกอบในการสร้างประโยค ส่วนมากจะประกอบด้วยคำ 4 คำ มีคุณสมบัติพอสังเขปดังนี้
1. เป็นกลุ่มคำที่สั้นกระทัดรัด
2. มีประวัติหรือที่มาของเรื่องราว
3. มีความหมายชี้นำหรือแฝงในเชิงเปรียบเทียบ สำหรับภาษาไทยเราไม่มีสำนวนชนิดนี้โดยตรง ในปีพ.ศ.2481 รัฐบาลไทยสั่งปิดโรงเรียนจีนทั่วประเทศพร้อมกัน 242 แห่ง จึงเป็นที่มาของสำนวน “เรียบร้อยโรงเรียนจีน” ผมคิดว่าลักษณะเช่นนี้ก็น่าจะเรียกว่าเป็น 成语 ของไทย
桃李满天下 ใช้เป็นคำอุปมาว่า ครูหรือสถานศึกษาที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย พบเห็นได้ทุกหนทุกแห่ง เรื่องนี้มีที่มาตั้งแต่สมัยชุนชิว สมัยนั้นขุนนางแคว้นเว่ย จื่อจื้อได้ล่วงเกินอ๋องแคว้นเว่ย จึงขออำลากลับไปสอนหนังสือที่บ้านเกิด ก่อนจะรับใครเป็นลูกศิษย์ จื่อจื้อจะต้องอบรมหลักการดำเนินชีวิตที่ใต้ต้น 桃 และต้น 李 ก่อนเสมอ หลังจากนั้นลูกศิษย์ของจื่อจื้อที่สำเร็จการศึกษาประสบความสำเร็จเป็นกำลังสำคัญของบ้านเมืองมากมาย ทุกคนต่างปลูกต้น 桃 และต้น 李 ไว้ที่หน้าบ้านเป็นการระลึกถึงบุณคุณของอาจารย์ จื่อจื้อมาพบเห็นเข้าจึงร้องออกมาด้วยความดีใจว่า 真是桃李满天下 ต่อมาจึงกลายเป็นสำนวนที่ใช้ในความหมายว่า “ลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้านเต็มเมือง” และคำว่า 桃李 ก็จะหมายถึงลูกศิษย์ 一鸣惊人 กู่ร้องสะเทือนขวัญ สมัยชุนชิว ฉู่จวงหวางแห่งแคว้นฉู่ ไม่สนใจในกิจการบ้านเมือง เอาแต่เข้าป่าล่าสัตว์ดื่มสุราเคล้านารี ผ่านวันเวลาอันไร้สาระเช่นนี้อยู่ 3 ปี ขุนนาง อู่จวี่ ทนดูไม่ได้จึงเข้าเฝ้าแล้วกล่าวว่า มีคนถามปัญหาข้าข้อหนึ่งแต่ข้าตอบไม่ได้ ไต้อ๋องเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม กรุณาตอบข้าด้วยเถิด ฉู่จวงหวางรู้สึกสนใจจึงกล่าวว่า ไหนลองว่ามาซิ อู่จวี่ กล่าวว่าในป่าเขาของแคว้นฉู่เรามีพญานกอยู่ตัวหนึ่งมีขนหางลักษณะงดงาม แต่มันไม่ขยับมา 3 ปีแล้ว ทั้งไม่บินและไม่ร้อง ไต้อ๋องทราบไหมว่ามันคือนกอะไร ฉู่จวงหวางได้ฟังก็เข้าใจทันทีว่าอู่จวี่ หมายถึงอะไร จึงตอบว่า นกตัวนี้ไม่ใช่นกธรรมดา มันไม่ขยับก็แล้วไป พลันที่ขยับก็สามารถทะยานสู่ขอบฟ้า มันไม่ร้องก็แล้วไป เพียงมันส่งเสียงก็สะเทือนขวัญทั้งพารา
1. เป็นกลุ่มคำที่สั้นกระทัดรัด
2. มีประวัติหรือที่มาของเรื่องราว
3. มีความหมายชี้นำหรือแฝงในเชิงเปรียบเทียบ สำหรับภาษาไทยเราไม่มีสำนวนชนิดนี้โดยตรง ในปีพ.ศ.2481 รัฐบาลไทยสั่งปิดโรงเรียนจีนทั่วประเทศพร้อมกัน 242 แห่ง จึงเป็นที่มาของสำนวน “เรียบร้อยโรงเรียนจีน” ผมคิดว่าลักษณะเช่นนี้ก็น่าจะเรียกว่าเป็น 成语 ของไทย
桃李满天下 ใช้เป็นคำอุปมาว่า ครูหรือสถานศึกษาที่มีลูกศิษย์ลูกหามากมาย พบเห็นได้ทุกหนทุกแห่ง เรื่องนี้มีที่มาตั้งแต่สมัยชุนชิว สมัยนั้นขุนนางแคว้นเว่ย จื่อจื้อได้ล่วงเกินอ๋องแคว้นเว่ย จึงขออำลากลับไปสอนหนังสือที่บ้านเกิด ก่อนจะรับใครเป็นลูกศิษย์ จื่อจื้อจะต้องอบรมหลักการดำเนินชีวิตที่ใต้ต้น 桃 และต้น 李 ก่อนเสมอ หลังจากนั้นลูกศิษย์ของจื่อจื้อที่สำเร็จการศึกษาประสบความสำเร็จเป็นกำลังสำคัญของบ้านเมืองมากมาย ทุกคนต่างปลูกต้น 桃 และต้น 李 ไว้ที่หน้าบ้านเป็นการระลึกถึงบุณคุณของอาจารย์ จื่อจื้อมาพบเห็นเข้าจึงร้องออกมาด้วยความดีใจว่า 真是桃李满天下 ต่อมาจึงกลายเป็นสำนวนที่ใช้ในความหมายว่า “ลูกศิษย์ลูกหาเต็มบ้านเต็มเมือง” และคำว่า 桃李 ก็จะหมายถึงลูกศิษย์ 一鸣惊人 กู่ร้องสะเทือนขวัญ สมัยชุนชิว ฉู่จวงหวางแห่งแคว้นฉู่ ไม่สนใจในกิจการบ้านเมือง เอาแต่เข้าป่าล่าสัตว์ดื่มสุราเคล้านารี ผ่านวันเวลาอันไร้สาระเช่นนี้อยู่ 3 ปี ขุนนาง อู่จวี่ ทนดูไม่ได้จึงเข้าเฝ้าแล้วกล่าวว่า มีคนถามปัญหาข้าข้อหนึ่งแต่ข้าตอบไม่ได้ ไต้อ๋องเป็นผู้มีปัญญาเฉียบแหลม กรุณาตอบข้าด้วยเถิด ฉู่จวงหวางรู้สึกสนใจจึงกล่าวว่า ไหนลองว่ามาซิ อู่จวี่ กล่าวว่าในป่าเขาของแคว้นฉู่เรามีพญานกอยู่ตัวหนึ่งมีขนหางลักษณะงดงาม แต่มันไม่ขยับมา 3 ปีแล้ว ทั้งไม่บินและไม่ร้อง ไต้อ๋องทราบไหมว่ามันคือนกอะไร ฉู่จวงหวางได้ฟังก็เข้าใจทันทีว่าอู่จวี่ หมายถึงอะไร จึงตอบว่า นกตัวนี้ไม่ใช่นกธรรมดา มันไม่ขยับก็แล้วไป พลันที่ขยับก็สามารถทะยานสู่ขอบฟ้า มันไม่ร้องก็แล้วไป เพียงมันส่งเสียงก็สะเทือนขวัญทั้งพารา
หมวด : สำนวนจีน
เมื่อ เสาร์ที่ 27 มิถุนายน 2552 เวลา 22:46 น.
